เคล็ด (ไม่) ลับ ทำงานให้รุ่ง มีเงินเหลือกินเหลือใช้จากการทำงาน

loading...
เคยไหม ที่เห็นเพื่อนๆ เค้าออกรถ ซื้อบ้าน หรือไปเที่ยวต่างประเทศ แม้ว่าสิ่งที่กล่าวมาจะไม่ต้องใช้เงินมากมาย แต่ทำไม๊ทำไม ไอ้ตัวเราถึงยังย่ำอยู่กับที่มาเนิ่นนานล่ะนี่ หรือจะเป็นเพราะดวงไม่ดี ปีชง อะไรก็ตามแต่ ให้ซื้อหินมงคล ซื้อพระ ซื้อแหวนมาเสริมโชคชะตาดีไหม ? แต่ต่อให้เรามีของเหล่านี้เป็นกองพะเนิน สิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือเทพเจ้าใดๆ ก็ไม่อาจช่วยเสกให้ชีวิตคุณรุ่งเรืองได้ หากคุณยังทำตัวแบบต่อไปนี้!


ไม่พัฒนาทักษะตัวเอง

คุณอาจจะมีตำแหน่งเป็นผู้เชี่ยวชาญ แต่การพัฒนาทักษะในสายวิชาชีพที่ทำอยู่จะช่วยให้คุณ เลื่อนตำแหน่งได้ หรือหากงานนั้นไม่สามารถพัฒนาอะไรได้มากกว่าที่เป็นอยู่แล้ว ก็ลองหันไปศึกษาด้านอื่นที่คิดว่าจะไปได้ดีดูบ้าง

ไม่วางแผนชีวิต ไม่วางแผนการเงิน

ลองถามคนที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน หรือในชีวิตดูสิ ส่วนใหญ่แล้วจะวางแผนชีวิตกันทั้งนั้น เพราะมันจะเป็นตัวกระตุ้นให้เราพัฒนาตัวเอง และยังเป็นตัวบังคับเราให้ไปในเส้นทางที่กำหนดไว้อีกด้วย การวางแผนการเงินนั้นก็สอดคล้องกับการวางแผนชีวิตเช่นกัน เพราะหากเราใช้เงินโดยไม่ควบคุม รับรองว่าเราจะไม่ได้อะไรอย่างที่หวังได้ง่ายๆ หรอก

ไม่มีเงินออม

เงินออมขั้นต่ำ 10% ของเงินเดือน มันขี้ประติ๋วมาก เมื่อเทียบกับการเสียเงินซื้อของใช้จุกจิกฟุ่มเฟือย ของคุณๆ และมันยังถือว่าน้อยไปหากคุณอยากออมเพื่อใช้เป็นเงินสำรองยามฉุกเฉิน เพราะเหตุฉุกเฉินมักจะเป็นเรื่องที่ต้องเสียเงินเยอะซะด้วยสิ ลองคิดดูก่อนว่า แต่ละเดือนเรามีค่าใช้จ่ายคงที่อยู่เท่าไหร่ ค่าที่พัก ค่าเดินทาง ค่าผ่อนของ หักจากเงินเดือนแล้วก็นำมาหักค่ากิน ได้ยอดล่าสุดมาก็หักเก็บเข้าบัญชีเลยครึ่งหนึ่ง ที่เหลือค่อยแบ่งหารไป 30 วัน

ช้อปตั้งแต่ต้นเดือน

ไม่เอาดิ่ ไม่ช้อปตอนต้นเดือนดิ่ หลายๆ คนถือว่ารีบช้อปก่อนตังค์หมด แต่เอ๊ะ ก็ตังค์มันจะหมด เพราะช้อปเยอะไม่ใช่เหรอ อยากได้ของอะไร เก็บเงินก้อนนั้นไว้ก่อน พอสิ้นเดือนค่อยนำเงินนั้นไปซื้อ เหตุที่ให้ทำแบบนี้ ก็เพื่อเป็นการกักเงินไว้เผื่อฉุกเฉิน ถือเป็นเงินออมชั่วคราว และอีกอย่าง หากเวลาผ่านไปเป็นเดือนแล้ว เราอาจจะไม่อยากได้ของชิ้นนั้นแล้วก็เป็นได้

ฟุ่มเฟือย

ก็ดังที่บอกไว้ด้านบน การฟุ่มเฟือยนี้ทำให้เราติดเป็นนิสัย อยากได้อะไรก็ซื้อ จริงๆ เราควรคิดให้ดีๆ ก่อนว่าของที่เราจะซื้อนั้นมันจำเป็นต่อการดำรงชีวิตเรามากแค่ไหน กระเป๋ารุ่นใหม่ รองเท้าเสื้อผ้าดีไซน์ใหม่ ต้องมีไว้จะได้ไม่เชย? ไม่มีใครมองว่าเชย นอกจากตัวเราเองนะ เครื่องประดับ เห็นแล้วมันอดใจไม่ไหว … ถามจริงว่าที่มีอยู่ในกรุนั่นใส่ทุกวัน วันละชิ้น จะได้กี่เดือน นาฬิการุ่นนี้สวยมาก เซเลบฮิตใส่…. นาฬิกาก็ใช้แค่บอกเวลาเป็นหลักนะ อันเดิมก็บอกเวลาได้ไม่เกี่ยงงอนนี่นา ล้อแม็กซ์รุ่นนี้สวย เพิ่มความเท่ให้กับรถเราเป็นกอง …. ถามจริงๆ เวลาขับรถเราไม่ได้มองเห็นล้อแม็กซ์นะ ฯลฯ หลายสิ่งที่ก่อนจะซื้อ ต้องลองขัดแย้งความคิดตัวเองก่อนว่าไม่ซื้อก็ได้ ไม่เห็นเป็นไรนี่

เอะอะก็รูดบัตร เอะอะก็ผ่อน

การรูดบัตรมีข้อดีคือสะดวก แต่ข้อเสียของมันคือทำให้เราเผลอใช้เงินง่ายขึ้น บางคนรูดบัตรเดบิต เพื่อซื้อของ บางคนรูดบัตรเครดิตซื้อของแพงๆ แล้วค่อยไปผ่อนจ่ายกับทางธนาคารอีกที ถ้าจะให้ดี เก็บสลิปทุกครั้ง ตกเย็นก็ทำบัญชีว่าวันนี้ซื้ออะไรไปบ้าง เสียเงินให้กับสิ่งใด เป็นมูลค่าเท่าไหร่ เราจะได้ประมาณการการใช้เงินในวันพรุ่งนี้ได้ถูก การผ่อนของนั้นก็มีข้อดีคือเราไม่ต้องเสียเงินก้อนใหญ่ แต่อย่าผ่อนดะ แม้ว่ายอดผ่อนแต่ละงวดมันไม่มาก บ้างก็หลักร้อย หลักพันนิดๆ ต่อหากให้รวมยอดดู ผ่อนเสร็จแล้วดอกเบี้ยคือแพงจนเกือบจะซื้อใหม่ได้อีกชิ้นเลยนะ บางคนก็ผ่อนของหลายชิ้นมาก ยอดน้อยๆ รวมกันก็กระอักนะจ๊ะ ระงับกิเลสไว้บ้างนะโยม

ไม่กล้าเสี่ยง

นี่ไม่ได้ให้ไปแทงหวย เล่นการพนันนะ แต่หมายถึงการสมัครงานที่ใหม่ หรือการลงทุนซื้อหุ้น ซึ่งหุ้นนี่เราต้องศึกษาให้ดีๆ อย่ามีเงินแล้วทุ่ม ต้องกล้าเสี่ยง แต่ก็ต้องมีความรู้ด้วย

ไม่มีอาชีพเสริม หรือรายได้พิเศษ

อาชีพเสริมที่เราไม่แนะนำคือขายตรง เพราะส่วนใหญ่ต้องใช้เงินลงทุน ต้องมีเวลา เพราะเคยลองมาแล้ว ถึงเตือนได้! แต่อาชีพเสริมที่เราอยากจะแนะนำคือการค้าขาย โดยอาศัยใจรัก เช่น หากคุณชอบเครื่องประดับ ก็ลองทำเครื่องประดับเอง แล้วขายใน Facebook หรือใน Instagram หรือใครมีความรู้ด้านวิชาชีพ ก็รับสอนพิเศษ สอนนู่นนี่นั่นก็ดีไม่น้อย มีหลายคนที่เก่งคณิตศาสตร์ก็จะรับสอนให้กับเด็กๆ หลังเลิกเรียนหรือวันหยุด บางคนเก่งโปรแกรม ก็เปิดคอร์สสอนเขียนโปรแกรม และอะไรก็ตามที่ต้องใช้เงินลงทุน อย่าทุ่ม ให้ค่อยๆ เริ่มทีละน้อยๆ แล้วคุณจะไม่เจ็บตัวมากหากมันเจ๊ง!

ส่วนใครที่ทำงานมีวันหยุดที่แน่นอน เช่น หยุดเสาร์-อาทิตย์ ก็ลองไปสมัครงานตามร้านอาหาร ร้านขายเสื้อผ้าดูสิ นอกจากจะมีรายได้แล้วยังได้กินฟรี หรือได้ส่วนลดในการซื้อของร้านนั้นด้วยนะ

ตัวอย่าง

น้องส้ม (นามสมมติมั้ง) น้องเป็นลูกจ้างร้านขายเสื้อผ้าในจตุจักร เวลาที่ว่างๆ ลูกค้าไม่เข้าร้าน ก็จะถ่ายรูปชุดในร้านแล้วอัพขึ้น facebook และ Instagram ขายให้เพื่อนๆ (ลูกจ้างจะสามารถซื้อได้ในราคาส่ง หรือบางทีก็เอาไปบวกราคาเพิ่มอีกที) แน่นอนว่ารายได้ดี แถมยังไม่ต้องลงทุนสักบาท เพราะลูกค้าต้องโอนเงินมาก่อนถึงจะส่งของให้ ถามว่ารายได้ต่อเดือนเท่าไหร่ น้องบอกแล้วแต่เศรษฐกิจ แต่ที่แน่ๆ คือใช้เงินค่าจ้างกับรายได้จากการขายเสื้อผ้านี่แหละส่งเสียตัวเองเรียน แถมยังมีเหลือผ่อนมอเตอร์ไซค์ได้อีกด้วย

น้องนินิ (นามสมมติ จริงๆ นางชื่อนิกร) สาวประเภทสองที่หลงไหลการจัดดอกไม้ นินิมีทักษะการจัดดอกไม้ได้อย่างสวยงามหรูหรา เริ่มต้นที่การไปช่วยเพื่อนจัดดอกไม้ที่งานหมั้นและงานแต่งงานต่างๆ ต่อมาก็เริ่มแยกตัวออกมารับงานเองเพราะเริ่มมีชื่อเสียง จนตอนนี้นินิสามารถเปิดร้านดอกไม้เป็นของตัวเอง ถือเป็นอาชีพเสริม แต่รายได้เลยอาชีพหลักไปแล้วจ้า

และยังมีคุณแอม โปรแกรมเมอร์สาวที่รับเขียนเว็บไซต์ให้กับร้านค้าต่างๆ ไอ้เม้ง ที่เก่งด้านกราฟฟิก ก็มักจะเปิดคอร์สสั้นๆ ให้กับนักศึกษาได้มาเรียนเพิ่มเติม ในราคาคอร์สไม่แพงเหมือนสถาบันใหญ่ๆ ยัยเบญ สาวเปรี้ยวที่เก่งด้านบัญชี ก็รับดูแลบัญชีให้กับสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง รายได้ดีเชียวล่ะ

ยังมีอีกหลายวิธีทำเงินแบบสุจริต ไม่เดือดร้อนตัวเองและผู้อื่น อยู่ที่ว่าคุณจะเต็มใจหรือเปล่านี่สิ โชคอาจไม่ได้วิ่งเข้าหาเรา แต่เราสามารถวิ่งหาโชคได้

#ความรักก็เช่นกัน

ขอบคุณข้อมูลจาก: Yaklai

คุณอาจจะสนใจ

loading...

0 Response to "เคล็ด (ไม่) ลับ ทำงานให้รุ่ง มีเงินเหลือกินเหลือใช้จากการทำงาน"

แสดงความคิดเห็น