น่าจะรู้มาตั้งนานแล้ว! วิธีทำให้แอร์รถเย็นฉ่ำ ไม่เหม็นอับ จะได้ขับรถไม่ร้อน ไม่หงุดหงิด

loading...
แอร์รถไม่เย็น ถือเป็นปัญหาใหญ่อีกอย่างของคนขับรถ แถมบางทีนอกจากแอร์ไม่เย็นแล้ว ยังเหม็นอับอีกต่างหาก ซึ่งปัญหาแอร์รถทำให้คนขับรถต้องเกิดอาการหงุดหงิดกันทุกคน ขับรถก็เมื่อย เหนื่อยพอแล้ว ยิ่งตอนรีบๆ ยังมาเจอแอร์ไม่เย็น ให้ร้อนใจขึ้นไปอีกต่างหาก วันนี้เราจึงขอนำเสนอ "วิธีทำให้แอร์รถเย็นฉ่ำ ไม่เหม็นอับ" ตามมาดูกัน...


ขั้นตอนที่ 1 ก่อนสตาร์ทเครื่องยนต์ทุกครั้ง
ควรปิดสวิตช์ควบคุมคอมเพรสเซอร์ ( A/C) ก่อน เพื่อไม่ให้คอมเพรสเซอร์เป็นตัวฉุดกำลังขณะที่คุณกำลังสตาร์ทรถยนต์

ขั้นตอนที่ 2 เริ่มต้นด้วยการใช้ความเร็วพัดลมสูง
  • หลังจากสตาร์ทและวอร์มอัพเสร็จแล้วจนกระทั่งเครื่องยนต์อยู่ในอุณหภูมิที่พร้อมใช้ง่ายแล้ว อย่าเพิ่งรีบปรับอุณหภูมิ
  • คุณควรเปิดแอร์โดยใช้ความเร็วพัดลมสูงก่อน พื่อที่จะได้เป็นการไล่ความร้อนในระบบแอร์ให้ออกไป
  • จากนั้นคุณค่อยเปิดสวิตช์ A/C และปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมกับที่คุณต้องการ
ขั้นตอนที่ 3 หากอากาศเย็นเกินไป
  • ให้คุณใช้วิธีปรับอุณหภูมิให้สูงขึ้น แทนการปัดช่องแอร์หนี
  • หากนั่งไปสักพักแล้วรู้สึกว่าอุณหภูมิเย็นเกินไป ไม่ควรรีบหันช่องแอร์หนีไปจากตัว ให้ใช้วิธีปรับอุณหภูมิให้สูงขึ้นแทน
  • เพื่อที่ว่าคอมเพรสเซอร์จะได้ไม่ทำงานหนักโดยไม่จำเป็น
ขั้นตอนที่ 4 ปิดแอร์ก่อนถึงปลายทาง
  • ก่อนจะถึงจุดหมายปลายทางประมาณสัก 5 - 10นาที
  • ให้ทำการปิดสวิตซ์ A/C แล้วเปิดพัดลมไปที่ความเร็วสูงสุดแทน
  • วิธีนี้จะช่วยลดภาระการทำงานของคอมเพรสเซอร์ และช่วยไล่ความชื้นออกจากคอยล์เย็น
  • การทำแบบนี้จะช่วยป้องกันการสะสมของเชื้อแบคทีเรียภายในได้ดี
  • หากทำแบบนี้เป็นประจำ แอร์รถของคุณจะไม่มีกลิ่นเหม็นอับอย่างแน่นอน
  • จากนั้นเมื่อถึงที่หมายแล้วจึงค่อยปิดพัดลมก่อนดับเครื่องยนต์
นอกจากนี้ เราควรตรวจสอบแอร์รถยนต์อยู่เสมอ

น้ำยาแอร์ วิธีตรวจสอบว่าใกล้หมดหรือไม่ เริ่มจากติดเครื่องยนต์ ปรับระดับความเย็นไปที่ระดับเย็นสุด ปรับพัดลมไปที่ระดับแรงสุด ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที ที่นี้ไปเปิดฝากระโปรงรถ สังเกตุที่ดรายเออร์ สังเกตุช่องตาแมว จะเป็นช่องวงกลมเล็กๆเป็นกระจก ถ้าเป็นฟองๆ ขุ่นๆ แสดงว่าน้ำยาแอร์หมดต้องเติม ถ้ามองเข้าไปแล้วใสๆ แสดงว่ามีน้ำยาแอร์อยู่

เช็คแผงรังผึ้งแอร์ อย่างน้อยทุก 1 เดือน ควรมีการทำความสะอาดบ้าง ยิ่งถ้าขับรถในตัวเมือง เขม่าควันไอเสียรถ มากมาย ส่วนใหญ่ถ้าเติมน้ำยาแอร์มาแล้วถ้าแอร์ยังไม่เย็น แสดงว่าแผงรังผึ้งแอร์เราสกปรก เพราะรังผึ้งแอร์เป็นตัวระบายอากาศซึ่งถ้าสกปรกมาก ลมอากาศหมุนเวียนไม่สะดวกเลยทำให้แอร์ไม่ค่อยเย็น

ถ้าเช็ค 2 อย่างนี้แอร์ยังไม่เย็นอีก ให้สังเกตุการทำงานของคอมเพรสเซอร์ว่าการทำงานเป็นอย่างไร การตัดทำงานยังปกติอยู่ไหม

อีกกรณีหนึ่งคือถ้าข้างนอกร้อนจัดแล้วแอร์ไม่ตัดการทำงานถือเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าเราขับรถตอนเย็นใกล้ๆค่ำ ซึ่งอากาศช่วงนี้จะไม่ค่อยร้อน แต่การทำงานของคอมแอร์ยังทำงานเต็มที่ไม่มีการตัดการทำงาน เป็นไปได้ที่เทอร์โมสตัท (เครื่องควบคุมอุณหภูมิ) เสีย

อีกเคสคือคอมเพรสเซอร์ ไม่ทำงาน ฟิวส์อาจจะขาดหรือช๊อต เรื่องนี้เป็นสำคัญต้องใช้ช่างชำนาญการณ์ ไม่งั้นระบบอื่นอาจจะรวนหรือไม่ทำงานเป็นปัญหาใหญ่

อีกปัญหาหนึ่งที่เป็นกันมากเมื่อรถใช้ไปได้นานๆ เวลาเปิดแอร์แล้ วรถเกิดมีเสียงวิ๊ดๆก็ลองเช็คสายพานว่ามีการหย่อนเริ่มเสื่อมสภาพส่วนใหญ่จะเป็นช่วงประมาณ 8 หมื่น ถึงแสนกิโลขึ้น แต่ถ้าเราเพิ่งเปลี่ยนมาหรือรถเราเพิ่งซื้อมาใหม่ เป็นไปได้คอมเพรสเซอร์แอร์เราใกล้จะไป

ขอบคุณข้อมูลจาก: Thaijobsgov, Toyotanont

คุณอาจจะสนใจ

loading...

2 Responses to "น่าจะรู้มาตั้งนานแล้ว! วิธีทำให้แอร์รถเย็นฉ่ำ ไม่เหม็นอับ จะได้ขับรถไม่ร้อน ไม่หงุดหงิด"

  1. ออที่รู้ๆน่ะว่าน้ำยาแอร์ไม่มีวันหมดถ้าหม้อแอร์ไม่มีปัญหา

    ตอบลบ
  2. อีกวิธีขับรถผ่านจุดที่มีน้ำท่วมขังสูง ให้ปิดแอร์แล้วใช้แต่พัดลมอย่างเดียว น้ำยาแอร์ไม่หมดนะครับถ้าไม่รั่ว

    ตอบลบ