เรื่องราวความรักของกษัตริย์หนุ่มรูปงาม กับคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับเด็กสาวอายุ 7 ปี "เราอยากมีเธอเป็นชายา"

loading...
แม้ราชอาณาจักรภูฏานจะเป็นเพียงดินแดนเล็กๆ บนแผนที่โลก ที่มีประชากรอยู่ 700,000 คน แต่เรื่องราวความรักที่สุดแสนโรแมนติกแห่งเทือกเขาหิมาลัยของ “สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก” กษัตริย์หนุ่มผู้ทรงอ่อนเยาว์ที่สุดในโลก พระชนมพรรษา 31 พรรษา (ในขณะนั้น) กับลูกสาวนักบินสายการบินคิงฟิชเชอร์ แอร์ไลน์ส วัย 21 ปี (ในขณะนั้น) “เจ็ตซัน เปมา” นักศึกษาปริญญาตรี ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แห่งมหาวิทยาลัยรีเจนท์ส คอลเลจ ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ได้กลายเป็นตำนานรักบทใหม่ระหว่างกษัตริย์ผู้สูงศักดิ์กับหญิงสาวสามัญชน ที่ถูกกล่าวขานถึงมากที่สุดทั่วโลก


ย้อนกลับไปเมื่อกษัตริย์จิกมีทรงพระเยาว์ พระองค์เป็นที่ขานนามว่า ทรงมีพระปรีชาสามารถและทรงมีพระเมตตาต่อทุกคน กระทั่งทรงมีพระชนมายุ 17 ปี พระองค์ในฐานะมกุฎราชกุมารตอนนั้น (เจ้าชายจิกมี) ก็ได้ทรงเตรียมเสด็จไปศึกษาต่อยังประเทศอินเดียและสหราชอาณาจักร แต่ก่อนที่จะเสด็จไปศึกษาต่อ พระราชวงศ์ภูฏานได้ทรงจัดปิกนิก และในวันนั้นเอง นักบินของราชวงศ์ได้พาลูกสาววัย 7 ขวบของเขาไปด้วย ลูกสาวของนักบินคนนี้มีนามว่า "เจตซุน เพมา"

หลังจากที่เจ้าชายปิกมีได้ทรงพบกับเด็กหญิงเจตซุน พระองค์ทรงพบว่าเธอทั้งน่ารักและเฉลียวฉลาด พระองค์ทรงเล่นบาสเกตบอลและวาดภาพกับเจตซุน และเกิดความชื่นชมในความสามารถในการวาดภาพของเจตซุนมาก เพราะงดงามเกินกว่าเด็กหญิง 7 ขวบจะทำได้ และเมื่อทรงใช้เวลาร่วมกันไม่กี่ชั่วโมง พระองค์ก็ทรงตัดสินพระทัยคุกพระชานุ (เข่า) และทรงพระราชทานคำมั่นสัญญาที่แสนโรแมนติก ว่า "เมื่อเราทั้งคู่โตขึ้น หากเธอยังโสดและไม่แต่งงาน และเราเองก็ยังโสดและไม่แต่งงาน ถ้าเรามีความรักให้แก่กัน เราอยากมีเธอเป็นชายา"


จากนั้นต่อมาอีกหลายปี เจ้าชายจิกมีก็ทรงเสด็จไปศึกษาต่อยังนครออกซฟอร์ด ประเทศอังกฤษ พระองค์ทรงพบกับเจตซุนที่เติบโตเป็นเด็กสาวอายุได้ 15 ปี พ่อและแม่ของเธอก็ส่งเธอไปเรียนต่อที่กรุงลอนดอน ซึ่งนี่เอง เป็นจุดที่ทำให้พระองค์และเจตซุนได้เริ่มพัฒนาความรักขึ้น โดยเจตซุนสนใจกีฬาบาสเกตบอลมาก จนได้เป็นตำแหน่งกัปตันทีมบาสเกตบอลและได้รับรางวัล ในขณะที่เจ้าชายจิกมีก็ทรงมีพระกระแสชื่นชมถึงเจตซุนอยู่บ่อยครั้ง และพระองค์ก็ทรงเปิดเผยความรักระหว่างพระองค์และเจตซุนอย่างภาคภูมิพระทัยเสมอ

กระทั่งในปี พ.ศ. 2554 อดีตเจ้าชายจิกมีซึ่งทรงครองราชสมบัติแทนพระราชบิดาเป็น "กษัตริย์จิกมี" แล้วในตอนนั้น ทรงประกาศหมั้นกับเจตซุน โดยมีพระกระแสรับสั่งกับประชาชนภูฏานว่า "ข้าพเจ้าคิดมานานแล้ว และตัดสินใจว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องแต่งงาน เหล่าพสกนิกรของข้าพเจ้าคาดหวังไว้ว่าผู้ที่จะมาเป็นราชินีในอนาคตของพวกเขาจะต้องสวยสง่า เพรียบพร้อมสมบูรณ์แบบ มีการศึกษาที่ดี ซึ่ง เจตซุน เพมา คนรักของข้าพเจ้านั้น เป็นผู้หญิงที่มีหัวใจที่งดงาม จิตใจดี และพร้อมที่จะสนับสนุนข้าพเจ้าในทุก ๆ เรื่อง และเป็นคนที่ข้าพเจ้าไว้วางใจมาก ข้าพเจ้าไม่อาจทราบได้ว่าเหล่าพสกนิกรจะพูดถึงเธอว่าอย่างไรกันบ้าง แต่ข้าพเจ้าบอกได้เพียงว่า เจตซุน เพมา มีคุณสมบัติที่เพรียบพร้อมเท่าที่สตรีคนหนึ่งพึงมี"


หลังจากนั้นไม่กี่เดือนต่อมา พิธีอภิเษกสมรสระหว่างกษัตริย์จิกมี และ เจตซุน เพมา สาวสามัญชน ก็เกิดขึ้นท่ามกลางความปิติยินดีของประชาชนภูฏาน และนับจากวันนั้น เจตซุน เพมา ก็ได้รับพระราชทานพระนามว่า สมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา วังชุก แห่งภูฏาน พระองค์ทรงรักประชาชนภูฏาน เฉกเช่นเดียวกับกษัตริย์จิกมี รวมทั้งทรงงานหนักและทรงงานกุศล นับตั้งแต่นั้นมากษัตริย์จิกมีและพระราชินีเจตซุน ก็ทรงเป็นคู่บุญคู่บารมี ทรงเสด็จไปเยี่ยมเยียนราษฎรด้วยกัน จนกลายเป็นที่รักของชาวภูฏานเรื่อยมา


พระราชพิธีอภิเษกสมรสระหว่างกษัตริย์จิกมี กับหญิงสามัญชนผู้โชคดีที่สุดในโลก ได้ถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายและสมพระเกียรติตามแบบฉบับโบราณราชประเพณีของราชวงศ์วังชุก เมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2554 ตามมงคลฤกษ์เวลา 08.20 น. และดำเนินต่อเนื่องยาวนานถึง 4 ชั่วโมงเต็ม ณ พระอารามหลวง ภายใน “พูนาคาซอง” ป้อมปราการเก่าแก่สมัยศตวรรษที่ 17 ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองพูนาคา เมืองหลวงเก่าของราชอาณาจักรภูฏาน ท่ามกลางเสียงประโคมกลอง แตร และการร้องเพลงเฉลิมฉลองสดุดีอย่างเอิกเกริก “สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ซิงเย วังชุก” อดีตกษัตริย์องค์ที่สี่ของภูฏาน ทรงรับขวัญพระสุณิสาด้วยการพระราชทานผ้าพันคอยาว 3 ผืน ประกอบด้วยสีขาว-น้ำเงิน-เขียว เพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนคำอำนวยพรจากสุสานฝังพระศพอดีตบุรพกษัตริย์ตามโบราณราชประเพณี


พระองค์ทรงแสดงให้เห็นว่ารักและทะนุถนอมพระราชินีของพระองค์มากมายเพียงใด ทรงแสดงความรักล้นใจอย่างเปิดเผยต่อหน้าสาธารณชน ที่สำคัญยังเป็นผู้ยกเลิกประเทพณีการเเต่งงานที่สามารถมีพระชายาได้ที่ละหลายๆ คน ทรงรับสั่งว่า อยากใช้ชีวิตคู่ดูเเลกันไปเพียงสองคน และยังคงยึดมั่นว่าจะทรงมีพระชายาเพียงองค์เดียวตามที่ตั้งพระทัยตลอดมา

คุณอาจจะสนใจ

loading...

0 Response to "เรื่องราวความรักของกษัตริย์หนุ่มรูปงาม กับคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับเด็กสาวอายุ 7 ปี "เราอยากมีเธอเป็นชายา""

แสดงความคิดเห็น