Loading...

แชร์เก็บไว้เลย!! เมื่อบริโภค "ขิง" อย่างสม่ำเสมอ สามารถช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ และต้านมะเร็งได้ดี!!

แชร์เก็บไว้เลย!! เมื่อบริโภค "ขิง" อย่างสม่ำเสมอ สามารถช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ และต้านมะเร็งได้ดี!!

ทุกคนคงจะทราบกันดีว่าสมุนไพรไทยของเรานั้นล้วนแต่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายของเรามากมาย เป็นทั้งยาที่ช่วยบรรเทาอาการ และรักษาโรคได้หายขาด สมุนไพรจึงเป็นยาที่คนเรานั้นนิยมใช้กันมาจนถึงปัจจุบัน

แชร์เก็บไว้เลย!! เมื่อบริโภค

ขิง เป็นหนึ่งในสมุนไรที่เราทราบกันดีว่ามีประโยชน์ ขับลม กินแล้วดีต่อสุขภาพ แต่ที่คุณรู้มันยังไม่ใช่ทั้งหมดของขิง และเรามีข้อดีที่มากกว่านั้นมาฝากกัน ถ้าอยากรู้ว่ามันคืออะไรกันแน่ มาลองอ่านบทความต่อไปนี้ แล้วคุณจะต้องหลงรักมันอย่างแน่นอน

7 เหตุผลที่ควรบริโภคขิงอย่างสม่ำเสมอ

1. ขิงช่วยบรรเทาอาการปวด

ขิงสามารถบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อได้ 25% ทั้งอาการปวดธรรมดา และปวดประจำเดือน

2. ขิงช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล

จากการวิจัยในผู้ป่วยที่มีระดับคอเลสเตอรอลสูงจำนวน 85 คน โดยให้บริโภคผงขิง 3 กรัมทุกวัน พบว่าทำให้ระดับคอเลสเตอรอลลดลง และลดความเสี่ยงของโรคหัวใจได้อีกด้วย

3. ขิงลดปัญหาการย่อยอาหาร

เนื่องจากขิงมีสารฟีนอล จึงบรรเทาการอักเสบของระบบทางเดินอาหาร กระตุ้นการผลิตน้ำดีและน้ำลาย ซึ่งช่วยเรื่องนี้ได้ดี เร่งการกำจัดของเสียในกระเพาะอาหาร หรือลดอาการอาหารไม่ย่อยลงได้ 50%

4. ขิงต่อต้านอาการอักเสบ โดยเฉพาะโรคข้อกระดูกอักเสบ

โดยพบว่า คน 247 คน ที่บริโภคขิงเป็นประจำ สามารถลดอาการเจ็บปวดลงได้

5. ขิงพัฒนาสมอง ลดโอกาสเกิดโรคอัลไซเมอร์

เนื่องจาก ขิงมีสารต้านอนุมูลอิสระและสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ อีกทั้ง สารสกัดจากขิงก็ช่วยเพิ่มหน่วยความจำได้ด้วย

6. ขิงลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ

ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานแล้วบริโภคขิงผง 2 กรัมทุกวัน จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจได้

7. ขิงต้านมะเร็ง

ขิงมีสารที่เรียกว่าจินเจอรอล ซึ่งใช้ในการรักษาโรคมะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แชร์เก็บไว้เลย!! เมื่อบริโภค

นอกจากนี้ ประโยชน์ด้านอื่นๆของน้ำขิงยังมีอีกมากมาย ได้แก่

1. ช่วยบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และช่วยขับลม

2. ช่วยให้คนท้องลดอาการแพ้ท้อง หรือช่วยฟื้นฟูร่างกายหลังคลอดบุตร

3. ลดรอยสิวและฝ้ากระได้

4. แก้คลื่นไส้อาเจียน

5. ช่วยแก้ปวดประจำเดือน

6. ช่วยต่อต้านเชื้อโรค

เรียกได้ว่าขิงนั้นมีประโยชน์รอบด้านจริงๆ แต่ถ้าใครไม่อยากทานขิงสดๆเพราะมันเผ็ด มาลองดูสูตรน้ำขิงที่ทำเองได้ง่ายๆกันดีกว่าค่ะ

แชร์เก็บไว้เลย!! เมื่อบริโภค

สูตรที่ 1 สูตรน้ำขิงจากขิงสด

ส่วนผสมที่ใช้ : ขิงสดบด 1 1/2 ช้อนชา + น้ำร้อน 1 แก้ว

วิธีทำ

1. ตักขิงสดที่บดแล้วใส่ลงไปในแก้วน้ำร้อนที่เตรียมไว้

2. คนให้ส่วนผสมเข้ากัน แล้วค่อยๆ จิบตามต้องการ

หมายเหตุ : สำหรับใครที่ต้องการจิบน้ำขิงแบบเข้มข้น สามารถเพิ่มปริมาณของขิงบดลงไปได้อีกตามความต้องการ

สูตรที่ 2 สูตรน้ำขิงผสมมะนาว (ปรับให้ทานง่ายมากขึ้น)

ส่วนผสมที่ใช้ : ขิงสดขนาด 1/2 นิ้ว + น้ำมะนาวหรือน้ำเลมอน + น้ำผึ้ง

วิธีทำ

1. เตรียมน้ำอุ่นใส่แก้วไว้ 1 ใบ

2. นำขิงมาแช่ลงในแก้วน้ำอุ่นประมาณ 3-5 นาที

3. เติมน้ำมะนาวลงไปเล็กน้อย หรือฝานมะนาวให้เป็นแผ่นบางๆ นำลงไปแช่ต่อในแก้วน้ำ

4. เติมน้ำผึ้งลงไปอีก 1/2 ช้อนชา เพื่อช่วยลดรสชาติเผ็ดร้อนจากขิง และยังช่วยให้ได้รสชาติที่หอมหวานกลมกล่อมยิ่งขึ้น

สูตรที่ 3 สูตรผสม (เก็บไว้ชงทานได้นาน)

ส่วนผสมที่ใช้ : ขิงแก่ + ข่าแก่ +ตะไคร้

วิธีทำ

1. ล้างให้สะอาด ปอกเปลือกขิงและข่าออก

2. หั่นสมุนไพรแต่ละชนิดออกเป็นชิ้นบางๆ นำเข้าเตาอบอบด้วยอุณภูมิประมาณ 40-60 องศาเซลเซียส นาน 3 ชั่วโมงหรือวางสมุนไพรบนถาดแสตนเลสจากนั้นยกไปตากแดด 2 วัน จนกว่าสมุนไพรจะแห้ง

3. นำตัวยาที่ได้มาเทใส่โหลแก้วเก็บไว้ให้ปลอดจากความชื้น

4. หากจะใช้ดื่มให้หยิบตัวยาประมาณ 1 หยิบมือใส่ลงในแก้ว เทนำร้อนลงไปเกือบเต็มแก้ว ปิดฝาทิ้งไว้ 15 นาที และดื่มในขณะที่ยังอุ่นๆ จะให้ผลที่ดีที่สุด

แชร์เก็บไว้เลย!! เมื่อบริโภค

ได้ประโยชน์เต็มๆแบบนี้ ทำไมจะไม่ดื่มน้ำขิงหรือกินขิงอีกละคะ เพราะประโยชน์ของสมุนไพรชนิดนี้นั้นมากมายเสียเหลือเกิน ใครอยากสุขภาพดี หันมาหินขิงกันเถอะ

ขอบคุณข้อมูลจาก : bloggang.com , share-si.com